หม้อ

กำลังโหลด ...
24 รายการ

รายการ 1-6 จาก 24

ต่อหน้า
หน้า
  • ตำแหน่ง
  • ชื่อ
  • ราคา
  • วันที่
  • แบรนด์
ตั้งค่าตามลำดับมากไปน้อย
  1. ชุดเครื่องครัว สมาร์ท ไลฟ์ (7 ชิ้น)
    ชุดเครื่องครัว สมาร์ท ไลฟ์ (7 ชิ้น)
  2. หม้อชุด 5 ชิ้น จรวด
    หม้อชุด 5 ชิ้น จรวด
  3. หม้อชุดแปซิฟิค เอ็กซ์ตร้า(5ชิ้น)
    หม้อชุดแปซิฟิค เอ็กซ์ตร้า(5ชิ้น)
  4. หม้อด้าม 18 ซม. จรวด
    หม้อด้าม 18 ซม. จรวด
    ราคาพิเศษ ฿399 ราคาปกติ ฿455
    -12%
  5. หม้อด้ามญี่ปุ่น 16 ซม. จรวด
    หม้อด้ามญี่ปุ่น 16 ซม. จรวด
    ราคาพิเศษ ฿199 ราคาปกติ ฿225
    -12%
  6. หม้อด้ามญี่ปุ่น 18 ซม.
    หม้อด้ามญี่ปุ่น 18 ซม.
    ราคาพิเศษ ฿309 ราคาปกติ ฿640
    -52%
24 รายการ

รายการ 1-6 จาก 24

ต่อหน้า
หน้า
  • ตำแหน่ง
  • ชื่อ
  • ราคา
  • วันที่
  • แบรนด์
ตั้งค่าตามลำดับมากไปน้อย

หม้อ

หม้อ คือภาชนะประกอบอาหารที่ทุกบ้านต้องมีติดต้องครัวกันอยู่แล้ว เปรียบเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่ไม่ว่าใครๆ ก็ขาดไม่ได้ เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สารพัดประโยชน์ ทั้งเมนูแกง ต้ม ตุ๋น ทำได้หมด ทั้งนี้หม้อยังส่งผลต่อการประกอบอาหาร รวมไปถึงรสชาติอาหารที่ออกมาอีกด้วย

ในการเลือกซื้อหม้อ พ่อครัวแม่ครัวก็ต้องเลือกซื้อหม้อให้ดี พิจารณาปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของคุณภาพสินค้า ประเภทหม้อ รวมไปถึงจุดประสงค์การใช้งานและการดูแลรักษา เพื่อให้สามารถเลือกชุดหม้อที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด

สำหรับใครที่กำลังมองหม้อคุณภาพดี มีความทนทานสูง ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ไม่ว่าจะใช้งานภายในครัวเรือนหรือในร้านอาหาร สามารถเข้ามาเลือกซื้อหม้อออนไลน์ได้สะดวกที่ Oceantableware

คำถามที่พบบ่อย

 

1. เลือกหม้ออย่างไร ให้ตอบโจทย์การใช้งาน?

หม้อ คือ อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีในครัวของทุกบ้าน และต้องใส่ใจในการเลือกให้ดี แต่ถึงอย่างนั้น หม้อก็มีหลากหลายประเภทตั้งแต่หม้ออลูมิเนียมไปจนถึงหม้อไฟฟ้า นอกจากนี้ ด้ามจับหม้อ ก็เป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจ โดยมีทั้งแบบด้ามจับ หรือหูจับสองด้าน อีกทั้งฝาหม้อต้องปิดสนิท มีน้ำหนักพอเหมาะ และหม้อบางประเภทอาจมีรูเพื่อระบายแรงดันและไอน้ำออกจากตัวหม้อ ในการเลือกหม้อครั้งต่อไป ต้องไม่ลืมที่จะพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ด้วย

 

2. หม้อมีกี่ประเภท แล้วแบบไหนบ้างที่ควรมีติดบ้าน?

หม้อที่เราสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบันมีอยู่หลักๆ ด้วยกัน 8 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  • หม้ออลูมิเนียม น้ำหนักเบา ราคาถูก หาซื้อได้ง่าย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู
  • หม้อสเตนเลส มีความทนทานสูง ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย
  • หม้อเคลือบ ออกแบบมาให้มีดีไซน์สวยงาม หลากสี ใช้ได้กับเตาหลายประเภท และทำความสะอาดง่าย
  • หม้อเหล็ก มีความทนทานสูงที่สุด มีความหนา สามารถเก็บความร้อนได้ดี
  • หม้อเทฟลอน ผ่านการเคลือบสารทำให้อาหารไม่ติดหม้อ และทำความสะอาดได้ง่าย
  • หม้อแก้วทนความร้อน เหมาะสำหรับการทำเมนูซุป ไม่ทำปฏิกิริยาต่ออาหาร ทำให้รสชาติอาหารไม่เปลี่ยน
  • หม้ออัดแรงดัน เหมาะสำหรับเมนูตุ๋น ช่วยให้อาหารสุกง่ายและทั่วถึง ไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารนาน
  • หม้อไฟฟ้า เป็นหม้ออเนกประสงค์ มีฟีเจอร์ต่างๆ มากมายให้เลือกใช้ ทั้งการตั้งเวลา กำหนดอุณหภูมิ ไปจนถึงฟังก์ชัน ต้ม อุ่น หุง นึ่ง


สำหรับพ่อครัวแม่ครัวมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำอาหารได้ไม่นาน หม้ออลูมิเนียมและหม้อสเตนเลส อาจเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ต้องมีติดบ้านเลย ส่วนใครที่เน้นความสะดวกสบายและมีงบ หม้อไฟฟ้าก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

 

3. หลังใช้งาน ควรดูแลรักษาหม้ออย่างไร?

การดูแลและทำความสะอาดหม้ออย่างถูกวิธี สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของหม้อได้นาน และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น โดย หากมีคราบอาหารติดหม้อ แนะนำให้นำไปแช่น้ำไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนนำไปล้างตามปกติ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ฝอยขัดหม้อ เพื่อป้องกันไม่ให้หม้อเป็นรอย

ทั้งนี้ หม้อแต่ละประเภทนั้นต้องการการดูแลรักษาที่แตกต่างกันไป เช่น หม้อเหล็ก ห้ามแช่น้ำทิ้งไว้ ควรล้างน้ำสะอาดแล้วเช็ดจนแห้งสนิท และทาน้ำมันพืชเพื่อเคลือบไม่ให้เป็นสนิม เป็นต้น ดังนั้น ต้องไม่ลืมที่จะศึกษาวิธีการทำความสะอาดชุดหม้อแต่ละประเภทด้วย

 

4. หม้อมีกี่ขนาดให้เลือกใช้?

หม้อหุงต้มทั่วไปมักมีขนาดเริ่มต้นที่ 1.5 ลิตร (16 ซ.ม.) เป็นขนาดเล็กที่สุดในหม้อที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด ตามด้วยขนาด 2 ลิตร (18 – 20 ซ.ม.), 3 – 6 ลิตร (22 – 26 ซ.ม.), 7-11 ลิตร (28 – 32 ซ.ม.) ไปจนถึงขนาดใหญ่ 11 ลิตร (34 – 60 ซ.ม.) ขึ้นไปเลยนั่นเอง โดยขนาดหม้อที่เป็นที่นิยมมากที่สุดอยู่ประมาณ 2-6 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับทำอาหารให้กับคนในครอบครัว 2-6 คน เรียกได้ว่าเป็นชุดหม้อที่หลายบ้านต้องมีติดห้องครัวเอาไว้